หน้าแรก > ข่าวกีฬา > กัปตันทีมชาติอังกฤษ สตีเวน เจอร์ราร์ด (Captain england Steven Gerrard)







กัปตันทีมชาติอังกฤษ สตีเวน เจอร์ราร์ด (Captain england Steven Gerrard)

กัปตันทีมชาติอังกฤษ สตีเวน เจอร์ราร์ด
ในปัจจุบันหลายคนมีความตั้งใจที่จะมุ่งหวังให้ชีวิตดีขึ้นโดยหน้าที่การงาน การทำงานถือเป็นแนวทางหลักในการสร้างรายได้ให้กับทุกๆคนแต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นแล้ว ผู้ที่ทำงานจะมีความสุขได้ก็ต้องเป็นงานที่ชื่นชอบไปด้วยดังนั้นหลายคนในปัจจุบันจึงเลือกที่จะทำงานในงานที่ตนชอบมากกว่า แต่หลายท่านที่ไม่ได้ทำงานในสิ่งที่ตนเองชอบก็จะพยายามหากิจกรรมมาทำเพื่อคลายเครียดและสร้างความบันเทิงในอารมณ์ให้กินตนเองและมีจำนวนไม่น้อยที่เลือกที่จะเอาช่วงเวลาว่างมาชมการแข่งขันกีฬาและแน่นอนกีฬาที่มียอดชมมากที่สุดและเป็นมหาอำนาจทางด้านกีฬานั้นย้อมหนีไม่พ้นฟุตบอลครับ ในปัจจุบันกีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาที่สร้างรายได้ให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างมากและรัฐบาลได้รับภาษีจากกีฬาชนิดนี้มากอีกด้วยยกตัวอย่างฟุตบอลอังกฤษ

ในลีกฟุตบอลอังกฤษถือเป็นลีกชั้นนำระดับโลกอีกลีกหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับผู้คนมากมาย ทั้งต่อประเทศและตัวนักกีฬา นักกีฬาอังกฤษเองนั้นก็เป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วโลกและในปัจจุบันก็มีนักฟุตบอลอังกฤษอยู่คนหนึ่งที่เล่นในลีกอังกฤษตั้งแต่ยังเป็นเยาวชนจนได้ก้าวสู่ระดับอาชีพและได้รับรางวัลอย่างมากมาย เขาคือ สตีวี้จีหรือที่มีชื่อจริงว่า สตีเวน เจอร์ราร์ด เกิดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 1980 ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรลิเวอร์พูลในตำแหน่งกัปตันทีมและยังคงเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษอีกด้วย โดยเจอร์ราร์ดนั้นได้กลายเป็นกัปตันทีมของหงส์แดงตั้งแต่ในสมัยที่ เชราร์ อุลลิเยร์ เป็นผู้จัดการทีมในปี 2003 เจอร์ราดได้กลายเป็นผู้ที่สร้างความโด่งดังของผู้ที่สวมเสื้อหมายเลขแปด เจอร์ราร์ดถือเป็นนักฟุตบอลไม่กี่คนที่ได้รับพระราชทานตำแหน่งจากพระราชินีแห่งเกาะอังกฤษ ซึ่งเขาได้รับการอวยยศเป็นสมาชิกแห่งจักรวรรดิบริเตน โดยองค์สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรพระราชทานให้ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2550 ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติอย่างมากต่ออาชีพการค้าแข่งของนักฟุตบอลอังกฤษและนั้นเป็นที่ทำให้ทั่วโลกเห็นว่าองค์กษัตริย์ของหลายประเทศมองเห็นถึงความสำคัญของกีฬาชนิดนี้มากเพียงใด

เจอร์ราร์ดเป็นนักเตะที่เล่นในตำแหน่งกองกลาง ซึ่งสามารถเล่นได้หลายตำแหน่งทั้ง กองกลางตัวรุก, ปีกขวา, กองกลางตัวรับ และบางครั้งยังเล่นเป็น กองหน้าตัวต่ำกับแบ็กขวาได้อีกด้วย ซึ่งสองอันสุดท้ายนี้ไม่ใช่ตำแหน่งธรรมชาตืที่เจอร์ราร์ดเล่นแต่ก็สามารถเล่นได้ อีกทั้งเจอร์รารืดยังเป็นนักเตะอีกคนหนึ่งในโลกที่มีพละกำลังในการทำประตูลูกยิงไกลได้สูงติด 1-10 ตลอดกาลของโลกมาจนถึงปัจจุบันเมื่อเทียบกับผลงาน เจอร์ราร์ดเป็นหนึ่งในเตะคนหนึ่งที่มีอายุ 30 ปีแล้วยังเป็นที่ต้องการของของสโมสรยักษ์ใหญ่อีกหลายทีมแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเจอร์รารืดก็ยังเลือกที่จะค้าแข้งและสร้างผลงานกับลิเวอร์พลูที่เป็นสโมสรที่สร้างความเป็นมืออาชีพให้กับเขาจวบจนปัจจุบัน เจอร์ราร์ดยังเป็นนักเตะคนหนึ่งที่แฟนบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดชื่นชอบถึงแม้จะเป็นทีมคู่แข่งกันมาตลอดกาลก็ตาม ด้วยสไตล์การเล่นและความสามารถเฉพาะที่เหนือชัน อีกทั้งเขายั้งเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าแฟนบอลและเหล่าเซียนพนันบอลอีกด้วย เจอร์ราร์ดเป็นนักฟุตบอลที่สามารถสร้างความแตกต่างของรูปเกมได้ทุกครั้งที่ลงสนามอีกด้วย สตีเวน เจอร์ราร์ด เป็นผลผลิตของโรงเรียนฟุตบอลลิเวอร์พูลอย่างแท้จริงโดย (Liverpool Youth Academy) โดยเข้าร่วมเป็นนักฟุตบอลเยาวชนของสโมสรตั้งแต่อายุเป็นต้นมา 9 ขวบ โดยเริ่มแรกเลยเขาเล่นมิดฟิลด์ทางด้านขวาและมิดฟิลด์ตัวกลางซึ่งนักเตะที่เป็นผลิตผลของสโมสรแล้วเป็นแกนหลักให้กับทีมโดยไม่ย้ายทีมอีกคนหนึ่งก็คือ จิมมี่ คาราเกอร์ แต่ความแตกต่างระหว่างสองคนนี้คือทักษะและฟอร์มการเล่นนั้นเอง

ผลงานของเจอร์ราร์ดกับสโมสรลิเวอร์พูลและทีมชาติ

  • ฤดูกาลปี 1998 เจอร์ราร์ดได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลเป็นปีแรก หลังจากเก็บตัวเล่นให้กับทีมเยาวชนของลิเวอร์พูลมาอย่างยาวนาน ซึ่งนัดแรกที่เล่นนั้นคือในนัดที่พบกับทีมเซลตาบีโกในสนามแอนฟิลด์ โดยสิ้นสุดฤดูกาลนี้เขาลงเล่นให้ทีม 12 นัดซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นตัวสำรองเนื่องจากในขณะนั้นลิเวอร์พูลมีนักเตะฝีเท้าดีอย่างมากมาย แต่เจอร์ราร์ดก็ได้เป็นเยาวชนที่มีฝีเท้าดีในระดับต้นๆของทีมในขณะนั้นถ้าเทียบกับนักเตะเยาวชนคนอื่นๆ
  • ฤดูกาลปี 1999 เจอร์ราร์ดได้มีโอกาสเล่นชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลอย่างเต็มตัวหลังการเล่น 12 นัดในปีที่แล้วมีฟอร์มการเล่นที่ดี โดยเขาลงเล่น 29 นัดสามารถยิงได้ 1 ประตู สาเหตุที่ทำให้เขาทำประตูได้น้อยมีผลมาจากการที่เขาเปลี่ยนมาเล่นบทมิดฟิลด์ตัวปะทะของทีม ทำให้ได้รับใบเหลืองและใบแดงบ่อยครั้งซึ่งมีผลต่อการโดนแบนนั้นเอง
  • ฤดูกาลปี 2000 เจอร์ราร์ดลงเล่นในเกมลีก 33 นัด ยิงได้ 7 ประตูและลงเล่นในเกมยูฟ่าคัพอีก 9 นัดทำได้ 2 ประตู พาทีมลิเวอร์พูลคว้าทริปเปิลแชมป์ลีกคัพ,ยูฟ่าคัพและเอฟเอคัพซึ่งในขณะนั้นเจอร์รารืดเริ่มมีโอกาสได้เล่นเป็นมิฟิลซึ่งมีโอกาสสร้างประตูสำคัญๆที่สามารถพลิกเกมได้อีกด้วยรวมถึงเอาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ทั้งเหย้าและเยือนอีกด้วยซึ่งเขาก็มีรายชื่อเป็นผู้ทำประตูด้วยลูกยิงไกลอีกด้วย
  • ฤดูกาลปี 2001 เจอร์ราร์ดลงเล่นในเกมลีก 28 นัดยิงได้ 3 ประตูและช่วยให้ลิเวอร์พูลสามารถได้อันดับ 2 ทำให้ลิเวอร์พูลจบอันดับเหนือกว่าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดซึ่งเป็นคู่ปรับตลอดกาลได้เป็นครั้งแรกโดยที่ไม่ได้แชมป์ในพรีเมียร์ลีก รวมถึงเอาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ทั้งเกมเหย้าและเยือนอีกด้วยซึ่งเจอร์ราร์ดก็มีส่วนในการทำประตูหลายต่อหลายครั้งและในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกลงเล่น 12 นัดกับอีก 1 ประตูซึ่งในปีนั้นเขาได้รับรางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ (PFA Young Player of the Year) อีกด้วยรวมถึงได้ถ้วยในประเทศชาริตีชีลด์จากการเอาชนะคู่ปรับตลอดกาลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 2-1 และเขาก้มีชื่อเป็นผู้ทำประตูในเกมนั้นอีกด้วย
  • ฤดูกาลปี 2002 เจอร์ราร์ดลงเล่นในเกมลีก 34 นัดยิงได้ 5 ประตูและช่วยให้ลิเวอร์พูลได้อันดับ 5 และพาทีมคว้าแชมป์ลีกคัพในฤดูกาลนั้น โดยเอาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดคู่ปรับตลอดกาล 2-0 โดยเจอร์ราร์ดและไมเคิล โอเวน ช่วยทำประตูในเกมนี้ซึ่งเป็นปีที่สองติดต่อกับที่เขามีส่วนกับนักดชิงชนะเลิศและทำประตูชนะคู่แข่งไปได้อีกด้วย ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่เขาได้ลงเล่นทีมชาติและทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลก 2002 ในรอบคัดเลือกโดยเจอร์ราร์ดได้ทำไป 1 ประตูในนัดที่เจอกับเยอรมันซึ่งถือเป็นประตูแรกของเจอร์ราร์ดในนามทีมชาติอีกด้วยและปีนั้นเอง เขาถูกเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษชุดลุยศึกฟุตบอลโลกที่ประเทศเกาหลีใต้แต่ด้วยอาการบาดเจ็บในรอบคัดเลือกเขาจึงขอถอนตัว ซึ่งการถอนตัวของเจอร์ราร์ดนั้นส่งผลให้ทีมชาติอังกฤษไม่สามารถเข้ารอบลึกๆไปได้อย่างที่หลายฝ่ายได้ประเมิณฟอร์มการเล่นในรอบคัดเลือกเอาไว้ที่เล่นได้ดีมาก
  • ฤดูกาลปี 2003 เจอร์ราร์ดลงเล่นในเกมลีก 34 นัดยิงได้ 4 ประตูและช่วยให้ลิเวอร์พูลได้อันดับ 4 ทำให้ลิเวอร์พูล ได้สิทธิ์ไปเล่นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกและลงเล่นในเกมยูฟ่าคัพ 8 นัดสามารถยิงได้ 2 ประตูและที่สำคัญในฤดูกาลนี้เจอร์ราร์ดได้รับแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมคนใหม่ของลิเวอร์พูลแทนที่ ซามี ฮูเปีย ที่ย้ายไปเล่นให้กับสโมสรอื่นในยุโรปอีกด้วย
  • ฤดูกาลปี 2004 เจอร์ราร์ดทำประตูตีไข่แตกกับเอซี มิลานไล่มาเป็น 1-3 ในนัดชิงชนะเลิศในช่วงท้ายเกมและสามารถกระตุ้นลูกทีมให้สามารถตีเสมอ 3-3 ในช่วงสิบนาทีและชนะจุดโทษได้แชมป์ถ้วยแชมป์เปียนส์ลีกไปอย่างยิ่งใหญ่
  • ฤดูกาล 2005 เจอร์ราร์ดทำประตูตีเสมอเวสต์แฮมยูไนเต็ด 3-3 ส่งผลให้ทีมได้แชมป์ เอฟเอคัพในนัดชิงชนะเลิศด้วยการยิงไกล 35 หลา
  • ฤดูกาล 2006 เจอร์ราร์ดพาทีมเอาชนะเชลซีในนัดชิงชนะเลิศ คอมมูนิตีชีลด์อีกครั้ง
  • ฤดูกาล 2007 เขาไม่ได้แชป์อะไรเลยแต่สามารถทำประตูได้สูงสุดเป็นอันดับสองรองจากตอรืเรสเท่านั้น โดยทำได้ 11 ประตู
  • ฤดูกาล 2008 ในปีนี้เขาลงเล่นเกมยุโรป 10 นัดทำได้ 7 ประตูและทำประตูที่ 100 ให้กับลิเวอร์พูลได้อีกด้วยซึ่งลิเวอร์พูลไม่แพ้ทีมใดเลยที่เป็นบิ๊กโฟร์ ด้วยฟอร์มการเล่นของเจอร์ราร์ด
เขายังถูกเรียกให้ติดทีมชาติมาโดยตลอดซึ่งเขาได้กลายเป็นกำลังหลักที่สำคัญให้กับทีมชาติอังกฤษและสโมสรลิเวอร์พูลอีกด้วยและในปีนี้ 2014 กับฟุตบอลโลกที่บลาซิลเราอาจได้เห็นเจอร์ราร์ดอาจสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมแทน แฟรงส์ แลมป์พาร์ด ที่มีปัญหาทางด้านความฟิตรบกวนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในแผงกองกลางของทีมชาติอังกฤษในขณะนี้ ผู้ที่มีฟอร์มการเล่นที่ดีก็ยังคงเป็น สตีเวน เจอร์ราร์ดเช่นเดิม เขาถือเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับนักฟุตบอลลุ่นหลังได้เป็นอย่างดีหลังจากที่ได้ค้าแข้งมาอย่างยาวนานตั้งแต่อายุได้ 9 ขวบเขาไม่เคยสร้างเรื่องอื้อฉาวใดๆเลย อีกทั้งยังใช้การพักผ่อนเป็นการท่องเที่ยวทั้งหมดซึ่งแตกต่างกับนักฟุตบอลคนอื่นๆที่ หลายๆครั้งใช้การพักผ่อนเป็นการปาร์ตี้นั้นเอง ตรงนี้แฟนบอลลิเวอร์พูลและแฟนบอลอังกฤษหลายคนที่ได้ทำการเดิมพันในรูปแบบออนไลน์ได้สามารถสบายใจได้ถ้าได้เห็นชื่อของเจอร์ราร์ด อยู่ในรายชื่อผู้เล่น 11 ตัวจริงของทีมชาติอังกฤษ นักเดิมพันและแฟนบอลทีมชาติอังกฤษสามารถติดตามชมผลงานของเขาได้ในฟุตบอลโลก 2014 ที่บลาซิลนี้อย่างแน่นอน
27/01/2014
tiantinghotel.com ทำอย่างไรให้ได้เงินจากการแทงบอลออนไลน์